
![]()
| ข้อ 1 | สมาคมฯ นี้มีชื่อว่า “สมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย” มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า “Media Agency Association of Thailand” |
| ข้อ 2 | ตราของสมาคมฯ มีเครื่องหมายเป็นตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษสีดำว่า MAAT โดยมีลวดลายเป็นจุดสีหยดสีแดงตรงตัวอักษร A ตัวที่ 2 ซึ่งมีความหมายแทนการกระจายสื่อไปยังกลุ่มเป้าหมาย และมีชื่อเต็มภาษาอังกฤษ Media Agency Association of Thailand อยู่เบื้องล่าง |
|
|
|
| ข้อ 3 | สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ ณ เลขที่ 4 ซอยพัฒนาการ 67 แยก 6 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250 |
| คำว่า “สมาคมฯ” ต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายความถึง “สมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย” |
![]()
| ข้อ 4 | สมาคมฯ มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ | |
|
4.1
|
เป็นศูนย์รวมของผู้ประกอบธุรกิจมีเดียเอเยนซี่ และผู้ประกอบธุรกิจโฆษณา และสื่อโฆษณา รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ เพื่อนำไปสู่ความสามัคคีอันดี รวมทั้งพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์โดยชอบธรรมในระหว่างสมาชิก | |
|
4.2
|
ร่วมกันกำหนดแนวทางในการพัฒนาธุรกิจสื่อโฆษณา เพื่อให้เกิดการพัฒนาประสิทธิภาพ และยกระดับมาตรฐานสื่อโฆษณา | |
|
4.3
|
พัฒนาศักยภาพของบุคลากรในวงการสื่อโฆษณา ตลอดจนส่งเสริมมาตรฐานในวิชาชีพ และจริยธรรมทางธุรกิจ | |
|
4.4
|
ส่งเสริมการวิจัย และตรวจสอบประสิทธิภาพของสื่อโฆษณา ให้ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง | |
|
4.5
|
เป็นศูนย์กลางสำหรับสมาชิกในการเผยแพร่ข่าวสาร แลกเปลี่ยนความรู้ และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ อีกทั้งติดต่อประสานงานกับสถาบัน และองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ | |
|
4.6
|
สนับสนุนกิจกรรมของสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโฆษณา | |
| คำว่า “สมาคมฯ” ต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายความถึง “สมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย” | ||
![]()
| ข้อ 5 | ประเภทสมาชิกของสมาคมฯ มี 6 ประเภท และลักษณะดังต่อไปนี้ | ||
|
5.1
|
สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่บุคคลซึ่งคณะกรรมการบริหารเห็นสมควรด้วยมติ 2 ใน 3 | ||
|
5.2
|
สมาชิกสามัญ ได้แก่สมาชิกที่เป็น | ||
|
ก.
|
บุคคลผู้ปฏิบัติงานในบริษัทวางแผนและซื้อสื่อโฆษณา หรือในบริษัทโฆษณา | ||
|
ข.
|
บุคคลในแผนกวางแผนและซื้อสื่อโฆษณาของบริษัท หรือห้างร้านทั่วไป | ||
|
ค.
|
บุคคลซึ่งเป็นคนกลางในการติดต่อหรือซื้อขายสื่อโฆษณา | ||
|
ง.
|
บุคคลผู้ผลิตสื่อโฆษณา หรือขายเนื้อที่ หรือเวลาสื่อโฆษณา | ||
|
จ.
|
บุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจและวิชาชีพสื่อโฆษณา หรือวิชาชีพโฆษณา | ||
|
5.3
|
สมาชิกสถาบันประเภท ก ได้แก่สมาชิกที่เป็นบริษัทวางแผนและซื้อสื่อโฆษณา หรือบริษัทโฆษณาที่มีหน่วยงานวางแผนและซื้อสื่อโฆษณารวมอยู่ด้วย ทั้งนี้สมาชิกสถาบัน หนึ่งราย ให้หมายถึงหนึ่งบริษัท มิใช่กลุ่มบริษัท | ||
|
5.4
|
สมาชิกสถาบันประเภท ข ได้แก่สมาชิกที่เป็นบริษัทโฆษณานอกเหนือจากที่ระบุไว้ในประเภท ก บริษัทวิจัยเกี่ยวกับงานโฆษณา บริษัทสื่อ บริษัทผู้ผลิตสื่อ บริษัทห้างร้านผู้ผลิตวัสดุที่ใช้ในการโฆษณา สถาบันการศึกษา หรือบริษัทและสถาบันอื่นๆ ที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร ทั้งนี้สมาชิกสถาบันหนึ่งราย ให้หมายถึงหนึ่งบริษัท มิใช่กลุ่มบริษัท | ||
|
5.5
|
สมาชิกอุปถัมภ์ ได้แก่สมาชิกที่มีคุณสมบัติเหมือนสมาชิกสถาบันประเภท ข ที่เป็นบริษัทผลิตสื่อโฆษณา หรือขายเนื้อที่ หรือเวลาสื่อโฆษณา หรือบริษัทอื่นใด ที่แสดงความประสงค์ในการให้การสนับสนุนและอุปถัมภ์กิจการของสมาคมฯ เป็นการพิเศ | ||
|
5.6
|
สมาชิกสมทบ ได้แก่บุคคลนอกเหนือไปจากที่ระบุไว้แล้ว และคณะกรรมการบริหารเห็นสมควรให้รับเข้าไว้เป็นสมาชิก | ||
| ข้อ 6 | การเข้าเป็นสมาชิก ผู้สมัครต้องดำเนินการดังนี้ | ||
|
6.1
|
ผู้สมัครต้องแสดงความจำนงต่อเลขาธิการ โดยกรอกข้อความลงในแบบพิมพ์ของ สมาคมฯ และมีสมาชิกสามัญรับรองไม่น้อยกว่า 2 คน เว้นแต่การสมัครเป็นสมาชิกสถาบันทั้งสองประเภท และสมาชิกอุปถัมภ์ ไม่ต้องมีผู้รับรอง |
||
|
6.2
|
ผู้สมัครจะต้องผูกพันตนตามข้อบังคับว่าด้วยหน้าที่ของสมาชิกสมาคมฯ | ||
|
6.3
|
เมื่อคณะกรรมการบริหารเห็นสมควรจะรับเป็นสมาชิกได้ เลขาธิการจะแจ้งให้ผู้สมัครทราบว่าสมาคมฯ ได้รับเข้าเป็นสมาชิกแล้ว แต่ผู้สมัครจะเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์ต่อเมื่อได้ชำระเงินค่าบำรุงตามข้อบังคับของสมาคมฯ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับทราบเป็นต้นไป |
||
|
6.4
|
ผู้สมัครคนใดที่คณะกรรมการบริหารพิจารณาเห็นว่ายังไม่สมควรจะรับไว้เป็นสมาชิกจะขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกอีกในปีเดียวกันไม่ได้ | ||
| ข้อ 7 | ค่าบำรุงสมาคมกำหนดตามประเภทของสมาชิกดังนี้ | ||
|
7.1
|
สมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบ จะต้องเสียค่าบำรุงปีละ 500 บาท | ||
|
7.2
|
สมาชิกสถาบันประเภท ก จะต้องเสียค่าบำรุงปีละ 20,000 บาท | ||
|
7.3
|
สมาชิกสถาบันประเภท ข จะต้องเสียค่าบำรุงปีละ 10,000 บาท | ||
|
7.4
|
สมาชิกอุปถัมภ์จะต้องเสียค่าบำรุงปีละ 100,000 บาท | ||
|
7.5
|
สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียค่าบำรุงรายปี | ||
| ข้อ 8 | สิทธิของสมาชิกมีดังนี้ | ||
|
8.1
|
สิทธิในการออกเสียงในการประชุมใหญ่ประจำปี เป็นดังนี้ | ||
|
8.1.1
|
สมาชิกสามัญ สมาชิกกิตติมศักดิ์ และสมาชิกสมทบ มีสิทธิในการประชุมใหญ่เท่ากับ 1 เสียง | ||
|
8.1.2
|
สมาชิกสถาบันประเภท ก มีสิทธิในการประชุมใหญ่เท่ากับ 5 เสียง | ||
|
8.1.3
|
สมาชิกสถาบันประเภท ข มีสิทธิในการประชุมใหญ่เท่ากับ 2 เสียง | ||
|
8.1.4
|
สมาชิกอุปถัมภ์ มีสิทธิในการประชุมใหญ่เท่ากับ 1 เสียง | ||
|
8.2
|
สมาชิกทุกประเภท มีสิทธิเสนอความคิดเห็นในการปรับปรุงกิจการของสมาคมฯ | ||
|
8.3
|
สมาชิกทุกประเภท มีสิทธิได้รับเอกสารเผยแพร่ความรู้และกิจการต่าง ๆ ของสมาคมฯ | ||
|
8.4
|
สมาชิกอุปถัมภ์จะได้รับสิทธิประโยชน์เป็นกรณีพิเศษ ตามที่คณะกรรมการประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ | ||
|
8.5
|
สมาชิกจะใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นได้ต่อเมื่อได้ชำระค่าบำรุงสมาชิกตามข้อบังคับของสมาคมฯ แล้ว | ||
| ข้อ 9 | หน้าที่ของสมาชิก มีดังนี้ | ||
|
9.1
|
ต้องยึดถือเอาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพโฆษณาดังต่อไปนี้เป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ | ||
|
9.1.1
|
ประกอบวิชาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตามหลักปฏิบัติและวิชาการ และอยู่ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฏหมาย | ||
|
9.1.2
|
ไม่ทำการใดๆ อันอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ | ||
|
9.1.3
|
มีความรับผิดชอบต่อสังคม และไม่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียในจริยธรรมและวัฒนธรรมอันดีงาม | ||
|
9.1.4
|
ไม่ควรกระทำการโฆษณาอันเป็นการดูหมิ่นเชื้อชาติ ศาสนา หรือความเชื่อถือ หรือสิ่งอันเป็นที่เคารพสักการะของบุคคลทั่วไป | ||
|
9.1.5
|
ไม่ควรกระทำการโฆษณาอันทำให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับ สินค้า บริการ การแสดง หรืออื่น ๆ หรือโอ้อวดสรรพคุณจนเกินความจริงจนทำให้ผู้เห็นหรือผู้ฟังเกิดความสำคัญผิด | ||
|
9.1.6
|
ไม่ควรกระทำการโฆษณาโดยใช้ความเชื่อถือเกี่ยวกับไสยศาสตร์ หรือเรื่องโชคลางมาเป็นข้อจูงใจ | ||
|
9.1.7
|
ไม่ควรกระทำการโฆษณาโดยการเลียนแบบเครื่องหมายการค้า คำขวัญ หรือข้อความสำคัญจากการโฆษณาของผู้อื่น อันทำให้ผู้อื่นเห็น หรือผู้อื่นได้ยินเกิดความเข้าใจผิดหรือไขว้เขวเกี่ยวกับสินค้าบริการ หรือการแสดงของผู้อื่น | ||
|
9.1.8
|
ไม่ควรกระทำการโฆษณาโดยใช้ศัพท์สถิติ ผลการวิจัย หรืออ้างอิงรายงานทางวิทยาศาสตร์ในทางที่ไม่สมควร หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดโดยที่สินค้านั้นไม่มีคุณสมบัติตามที่อ้าง | ||
|
9.1.9
|
ไม่ควรกระทำการโฆษณาโดยอ้างถึงตัวบุคคล หรือสถาบัน โดยที่ตัวบุคคล หรือสถาบันนั้นไม่มีตัวตนอยู่จริงและไม่ได้ใช้สินค้าและบริการ หรือชมการแสดงนั้นจริง | ||
|
9.1.10
|
ไม่ควรกระทำการโฆษณาอันอาจมีผลเป็นอันตรายต่อเด็ก หรือผู้เยาว์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ หรือทำให้ขาดความรู้สึกผิดชอบ หรือโดยอาศัยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของบุคคลดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือในการจูงใจโดยไม่สมควร | ||
|
9.2
|
ปฏิบัติตนภายใต้หลักของการแข่งขันที่ยุติธรรม | ||
|
9.3
|
ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคมฯ มติของที่ประชุมใหญ่ มติของคณะกรรมการบริหาร และหน้าที่ซึ่งตนได้รับมอบหมายจากสมาคมฯ ด้วยความซื่อสัตย์โดยเคร่งครัด | ||
|
9.4
|
ดำรงรักษาเกียรติและผลประโยชน์ส่วนได้เสียของสมาคมฯ ตลอดจนต้องรักษาความลับในข้อประชุมหรือวิธีการของสมาคมฯ ไม่เปิดเผยข้อความซึ่งอาจจะนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคมฯ โดยเด็ดขาด | ||
|
9.5
|
ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการของสมาคมฯ ให้เจริญรุ่งเรือง และมีความก้าวหน้าอยู่เสมอ | ||
|
9.6
|
ต้องรักษาไว้ซึ่งความสามัคคีระหว่างสมาชิก | ||
|
9.7
|
ชำระค่าบำรุงให้แก่สมาคมฯ ตามกำหนด | ||
|
9.8
|
สมาชิกผู้ใดเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล สัญชาติ ย้ายที่อยู่ ย้ายที่ตั้งสำนักงาน เปลี่ยนแปลงประเภทวิสาหกิจ หรือเปลี่ยนผู้แทนนิติบุคคล จะต้องแจ้งให้เลขาธิการทราบเป็นหนังสือภายในกำหนดเวลาเจ็ดวัน นับแต่เปลี่ยนแปลง | ||
| ข้อ 10 | สมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบ จะขาดจากสมาชิกภาพในกรณีต่อไปนี้ | ||
| 10.1 | ตาย | ||
| 10.2 | ลาออก | ||
|
10.3 |
มติคณะกรรมการบริหารพิจารณาเห็นสมควรให้ขาดจากสมาชิกภาพ | ||
| ข้อ 11 | สมาชิกสถาบันประเภท ก สมาชิกสถาบันประเภท ข และสมาชิกอุปถัมภ์ จะขาดจากสมาชิกภาพในกรณีต่อไปนี้ | ||
| 11.1 | เลิกนิติบุคคล | ||
| 11.2 | ลาออก | ||
| 11.3 | มติคณะกรรมการบริหารพิจารณาเห็นสมควรให้ขาดจากสมาชิกภาพ | ||
| ข้อ 12 | สมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบอาจจะเปลี่ยนประเภทซึ่งกันและกันได้ในเมื่อได้มีการเปลี่ยนอาชีพและได้แจ้งให้คณะกรรมการทราบ | ||
![]()
| ข้อ 13 | สมาคมฯ นี้บริหารงานโดยคณะกรรมการบริหารของสมาคมฯ ซึ่งมีจำนวนไม่เกิน 15 คน ประกอบด้วยตำแหน่งดังต่อไปนี้ อาทิเช่น | |
| 13.1 | นายก | |
| 13.2 | อุปนายก ฝ่ายการเงินและเหรัญญิก | |
| 13.3 | อุปนายก ฝ่ายวิชาการ | |
| 13.4 | อุปนายก ฝ่ายหาทุนและกิจกรรม | |
| 13.5 | อุปนายก ฝ่ายองค์กรธุรกิจสัมพันธ์ | |
| 13.6 | อุปนายก ฝ่ายรัฐสัมพันธ์ | |
| 13.7 | เลขาธิการ | |
| 13.8 | กรรมการบริหารตำแหน่งอื่นๆ ที่เห็นสมควร | |
| ข้อ 14 | นอกเหนือจากตำแหน่งดังกล่าวแล้วคณะกรรมการบริหารอาจแต่งตั้งกรรมการหรืออนุกรรมการอื่นๆ ขึ้นปฏิบัติงานได้ตามความเห็นชอบ และอาจแต่งตั้งบุคคลภายนอกขึ้นเป็นกรรมการที่ปรึกษาได้ไม่จำกัดจำนวน รวมทั้งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประจำของสมาคมฯ อีกด้วย | |
![]()
| ข้อ 15 | ที่มาของคณะกรรมการบริหาร มีดังนี้ | ||
| 15.1 | ให้เลือกตั้งนายกสมาคมฯ โดยที่ประชุมใหญ่ ด้วยวิธีเสนอชื่อผู้สมควรจะเป็นนายกสมาคมฯ ซึ่งจะต้องเป็นผู้แทนจากสมาชิกสถาบันประเภท ก เท่านั้น จากนั้นให้มีสมาชิกรับรองอย่างน้อย 7 คน แล้วให้สมาชิกเท่าที่มีอยู่ในที่ประชุม ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ผู้ที่ได้คะแนนเสียงสูงสุดถือว่าได้รับเลือกเป็นนายกสมาคม | ||
| 15.2 | กรรมการบริหารในตำแหน่งอื่น ๆ ที่เหลือ ให้นายกสมาคมฯ ที่ได้รับเลือกตั้ง เป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งจากสมาชิกสถาบันประเภท ก สมาชิกสถาบันประเภท ข หรือสมาชิกกิตติมศักดิ์ | ||
| ข้อ 16 | อำนาจหน้าที่กรรมการบริหารตำแหน่งต่าง ๆ มีดังนี้ | ||
| 16.1 | นายกสมาคม มีหน้าที่อำนวยการเพื่อให้การดำเนินการของสมาคมฯ เป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบการในการปฏิบัติงานของสมาคมฯ และเป็นผู้แถลง (Spokesperson) ที่ได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการบริหารให้ดำเนินกิจการของสมาคมฯ และเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารตลอดจนในที่ประชุมใหญ่ | ||
| 16.2 | อุปนายกฝ่ายต่างๆ มีหน้าที่ช่วยเหลือนายกสมาคมฯ ในกิจการต่างๆ ดังต่อไปนี้ | ||
| 16.2.1 | อุปนายก ฝ่ายการเงินและเหรัญญิก มีหน้าที่เก็บรักษาและจ่ายเงินของสมาคมฯ ทำบัญชีการเงิน เก็บรักษาและจ่ายพัสดุของสมาคมฯ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย | ||
| 16.2.2 | อุปนายก ฝ่ายวิชาการ มีหน้าที่เผยแพร่ความรู้และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับความรู้ทางวิชาชีพ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย | ||
| 16.2.3 | อุปนายก ฝ่ายหาทุนและกิจกรรม มีหน้าที่จัดกิจกรรมต่างๆ และหาทุนเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทั้งหลายของสมาคมฯ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย | ||
| 16.2.4 | อุปนายก ฝ่ายองค์กรธุรกิจสัมพันธ์ มีหน้าที่ประสานงานกิจการ ระหว่างสมาคมฯ และองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสื่อ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมายมีหน้าที่ประสานกิจการของสมาคมฯ กับเจ้าของสื่อและผู้ผลิตสื่อต่างๆ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย | ||
| 16.2.5 | อุปนายก ฝ่ายรัฐสัมพันธ์ มีหน้าที่ประสานงานกิจการของสมาคมฯ กับองค์กรของรัฐต่างๆ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย | ||
| 16.2.6 | เลขาธิการ มีหน้าที่ประสานงานระหว่างคณะกรรมการบริหาร บริหารการประชุม ทำการโต้ตอบหนังสือ เก็บรักษาเอกสารต่าง ๆ ของสมาคมฯ เป็นเลขานุการในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารและที่ประชุมใหญ่ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่นายกฯ และ คณะกรรมการบริหารจะได้มอบหมาย | ||
| 16.2.7 | กรรมการบริหารทั่วไป มีหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกสมาคมฯ | ||
![]()
| ข้อ 17 | อายุและการสิ้นสุดของกรรมการบริหาร มีดังนี้ | ||
| 17.1 | นายกสมาคมฯ อยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี นับแต่วันที่มีการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ แต่จะอยู่ในตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่า 4 ปี ไม่ได้ | ||
| 17.2 | กรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระของนายกสมาคมฯ ที่เป็นผู้แต่งตั้ง | ||
| 17.3 | กรรมการบริหารจะสิ้นสุดสภาพ เพราะ | ||
| ก. | ถึงคราวออกตามวาระ | ||
| ข. | ตาย | ||
| ค. | ลาออก | ||
| ง. | ขาดสมาชิกภาพ | ||

| ข้อ 18 | การประชุมคณะกรรมการบริหาร | ||
| 17.1 | คณะกรรมการบริหารของสมาคมฯ จะต้องมีการประชุมอย่างน้อยปีละ 6 ครั้ง โดยให้มีการประชุมครั้งแรกภายใน 1 เดือนหลังจากที่ได้รับแต่งตั้ง จากนั้นให้นายก และเลขาธิการเป็นผู้กำหนด | ||
| 17.2 | การประชุมของคณะกรรมการบริหารจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างน้อย 5 ท่าน จึงจะถือว่าเป็นองค์ประชุม | ||
| 17.3 | มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากของกรรมการเป็นสำคัญ หากมีเสียงเท่ากัน ให้ประธาน ในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด | ||
| ข้อ 19 | การประชุมใหญ่สามัญประจำปี | ||
|
(1)
|
คณะกรรมการบริหารของสมาคมฯ จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่ของสมาคมฯ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเพื่อ | ||
| 1. | พิจารณากิจการและรับรองฐานะการเงิน ของสมาคมฯ ในรอบปีที่ผ่านมา | ||
| 2. | แต่งตั้งผู้สอบบัญชี | ||
| 3. | เลือกตั้งนายกสมาคมฯ เมื่อครบกำหนดตามข้อ 15 | ||
| 4. | แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ | ||
| 5. | เรื่องอื่น ๆ | ||
|
(2)
|
คณะกรรมการบริหารของสมาคมฯ จะต้องเป็นผู้กำหนดวันเวลา สถานที่และระเบียบวาระการประชุม โดยให้เลขาธิการของสมาคมฯ แจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 15 วัน | ||
|
(3)
|
การตัดสินปัญหาใด ๆ ในการประชุมสมาชิก ให้ถือเสียงข้างมากของที่ประชุมเป็นหลัก ในกรณีที่มีเสียงเท่ากัน ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด | ||
|
(4)
|
การประชุมใหญ่ต้องมีสมาชิกประชุมร่วมกันไม่น้อยกว่า 30 เสียง จึงจะถือเป็นองค์ประชุม | ||
| ข้อ 20 | การประชุมใหญ่พิเศษ อาจมีขึ้นได้ ในกรณีต่อไปนี้ | ||
|
(1)
|
คณะกรรมการบริหารพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นการสมควรที่จะเรียกประชุมใหญ่พิเศษ | ||
|
(2)
|
สมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า 30 เสียง มีสิทธิร้องขอให้นายกสมาคม เรียกประชุมใหญ่พิเศษ แต่ในหนังสือร้องขอนั้นต้องระบุว่าจะให้ประชุมใหญ่พิเศษในเรื่องใด เมื่อนายกสมาคม ได้รับหนังสือร้องขอแล้ว ต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่พิเศษขึ้นภายในกำหนด 30 วัน | ||
![]()
| ข้อที่ 21 | การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับในกรณีใด ๆ ก็ตาม จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่โดยมติ 2 ใน 3 |
![]()
| ข้อที่ 22 | เมื่อเลิกสมาคมฯ ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่จากที่ได้ชำระบัญชีแล้ว ให้มอบ หรือโอนทรัพย์สิน เหล่านั้น ให้แก่สาธารณะกุศลที่เป็นนิติบุคคลตามมติของที่ประชุมใหญ่ (ผู้รับต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการกุศล สาธารณประโยชน์) |